วันศุกร์ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2552

กินอาหารโดยไม่ต้องกังวลเรื่องอ้วน หากเลือกกินอย่างถูกต้อง

กินให้ไม่อ้วน ได้ไม่ยาก !

เพื่อควบคุมน้ำหนักให้ได้ผลเราไม่แนะนำให้คุณงดมื้ออาหาร แต่ขอแนะนำให้คุณลองปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินอาหารดู
กินให้ไม่อ้วน ได้ไม่ยาก !
ธิติมา ปฏิพิมพาคม
การ ได้กินของอร่อยๆ เป็นเรื่องสำคัญมากของชีวิต ได้ลิ้มรสอาหารถูกปาก ท่ามกลางบรรยากาศดีๆ ถึงแพงเท่าไหร่ ถ้าอร่อยซะอย่าง ราคาไม่เกี่ยง การหาความสุขด้วยการกินแบบนี้เชื่อว่าคงมีหลายคนเป็นเหมือนกันและปฏิเสธไม่ ได้ว่าเป็นความสุขชั้นเยี่ยมของชีวิตเลยทีเดียว ดังนั้นใครก็ตามที่ตามใจปากโดยมิอาจยับยั้งชั่งใจ ก็ไม่ต้องเสียใจภายหลังหากเป็นโรคอ้วน ครั้นจะกลับมาลดน้ำหนักลงก็คงลำบากเพราะความเชยชินกับการกินเท่าไรเท่ากัน

อาจจะไม่คุ้นเคยในเบื้องต้น แต่ถ้าพยายามชั่งใจทุกครั้งที่กินไม่นานคุณก็จะชิน และกลายเป็นนิสัยการกินที่ดีอย่างถาวร ตราบนั้นคุณก็สบายใจได้เรื่องน้ำหนักตัว

ตามปกติทั่วไปใน 1 วันคนเราวัยต่างๆ มีความต้องการชนิดและปริมาณของอาหาร ดังนี้คือ
1,600 กิโลแคลอรี สำหรับเด็กอายุ 6 - 13 ปี หญิงวัยทำงานอายุ 25 - 60 ปี ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป
2,000 กิโลแคลอรี สำหรับวัยรุ่นหญิง - ชาย อายุ 14 - 25 ปี วัยทำงานอายุ 25 - 60 ปี
2,400 กิโลแคลอรี สำหรับหญิง - ชาย ที่ใช้พลังงานมากๆ เช่น เกษตรกร ผู้ใช้แรงงาน นักกีฬา
เทียบออกมาเป็นประเภทอาหารให้เห็นได้ชัดขึ้นตามตารางนี้

หมายเหตุ เลขใน() คือปริมาณแนะนำสำหรับผู้ใหญ่

การ ควบคุมน้ำหนักให้ได้ดี คือในแต่ละวันต้องควบคุมปริมาณการกินอาหารที่ให้พลังงานสูงแล้วเลือกกิน อาหารที่ให้พลังงานต่ำๆ แทน เพื่อไม่ให้ร่างกายได้พลังงานเกินความต้องการ เพราะพลังงานส่วนเกินนั้นจะแปรเปลี่ยนเป็นไขมันสะสมไว้ตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย คุณลองมาเลือกลดอาหารประเภทต่างๆ ตามนี้ดู...

ข้าว ข้าว 1 จานให้พลังงานประมาณ 250 กิโลแคลอรี (ประมาณ 2 ทัพพีครึ่ง) ถ้าลดข้าวมื้อละ 1 ทัพพีใน 1 วัน จะลดพลังงานได้ถึง 300 กิโลแคลอรี

เนื้อสัตว์ เลือกกินปลา เป็ด ไก่ ไม่ติดหนัง ดีกว่าเลือกหมูเนื้อล้วน เพราะเนื้อหมูมีไขมันแทรกแต่มองไม่เห็น

ผลไม้ เลือกกินผลไม้ที่ให้พลังงานต่ำ เช่น ชมพู่ ฝรั่ง แตงโม มะม่วงดิบ พุทรา แคนตาลูป ดีกว่าผลไม้ที่หวานจัดให้พลังงานสูง เช่น ทุเรียน ขนุน ลำไย ลิ้นจี่

ผัก ควรเลือกกินให้มากเพราะให้พลังงานน้อย แต่ได้คุณค่าสารอาหารมาก มีเส้นใยอาหารมาก ผักบางชนิดทำให้อิ่มนาน การกินผักเยอะๆ ช่วยเพิ่มปริมาณอาหารให้ดูมาก แต่พลังงานนิดเดียว เหมาะมากสำหรับผู้คุมน้ำหนัก

น้ำมัน / กะทิ น้ำมันเพียง 1 ช้อนชา ให้พลังงานสูงถึง 45 กิโลแคลอรี ถ้าประกอบอาหารประเภทต้ม นึ่ง ย่าง อบ ตุ๋น ยำ จะช่วยลดพลังงานจากการใช้น้ำมันปรุงได้มากทีเดียว อาหารทอดใช้น้ำมันอย่างน้อย 2 ช้อนโต๊ะ นั่นเกือบ 300 กิโลแคลอรี กะทิ 1 ถ้วยแกง จะมีหัวกะทิ 1 ช้อนโต๊ะ พลังงานเท่ากับไขมัน 2 ช้อนชา ถ้าเลือกกินแกงส้ม ต้มยำ แทนแกงกะทิ ก็ลดพลังงานได้กว่า 100 กิโลแคลอรี

น้ำตาล ขนมหวาน 1 ถ้วย หรือ 1 ชิ้น จะให้พลังงานได้ 120 กิโลแคลอรี แต่ถ้าเทียบกับผลไม้ ขนมหวานจะให้พลังงานเป็น 3-4 เท่า ยิ่งถ้ามีส่วนผสมของกะทิอยู่ด้วยก็บวกพลังงานเพิ่มเข้าไปอีก เลือกกินผลไม้แทนดีกว่า

เครื่องดื่ม น้ำอัดลมเป็นเครื่องดื่มที่เรียกน้ำหนักได้โดยไม่รู้ตัว เพราะ 1 แก้วให้พลังงาน 20-60 กิโลแคลอรี

อาหารระหว่างมื้อ จริงๆ ไม่ควรกินบ่อยๆ เพราะลำพังอาหารมื้อหลักก็พอเพียง อาหารระหว่างมื้อ ส่วนใหญ่จะมีส่วนผสมของแป้ง น้ำตาล ไขมัน เนย เช่น คุ้กกี้ ถ้ารวมเครื่องดื่มด้วยก็จะได้พลังงานไม่น้อยกว่า 200 กิโลแคลอรี ถ้าอดไม่ได้ให้เลือกผลไม้ชนิดที่ไม่หวานแทน จะได้พลังงานต่ำลง เพิ่มวิตามินและเกลือแร่ด้วย

จากข้อแนะนำในการเลือกชนิดอาหารแล้ว ครานี้คุณต้องลองปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและนิสัยการกินอาหารดูบ้าง



เทคนิคในการควบคุมพฤติกรรมการกินอาหารเพื่อควบคุมน้ำหนัก

กินอาหารในที่ที่จัดเป็นกิจจะลักษณะเท่านั้น เช่น ในห้องอาหาร ที่โต๊ะอาหาร ไม่เดินกิน หรือซื้อของกินตามทาง ไม่หาของกินมาไว้ที่โต๊ะทำงาน ไม่กินขณะดูโทรทัศน์ ขณะอ่านหนังสือ หรือฟังเพลง ฯลฯ
กินอาหารให้ตรงเวลาและเป็นมื้อ ไม่กินจุบจิบ ไม่กินขนมขบเคี้ยว
เลือกภาชนะใส่อาหารที่มีขนาดเล็กลง
เวลาตักข้าวอย่าให้เป็นก้อน ควรซุยข้าวให้ร่วนก่อนตัก และอย่าตักอัดแน่น หรือพูนเกินไป
ก่อนกินอาหารให้ดื่มน้ำเย็น (ไม่ใช่น้ำอุ่น) ก่อนอาหาร 10 นาที ประมาณ 2 แก้ว
เคี้ยวอาหารช้าๆ และเคี้ยวให้ละเอียดทุกครั้งก่อนกลืน
เมื่อกินอาหารเสร็จให้ลุกจากโต๊ะอาหารทันที หรือเก็บอาหารที่เหลือเข้าที่ทันที
ไม่สำรองอาหารไว้ในที่เห็นได้ง่าย เช่น ไม่เก็บอาหารสำเร็จรูปหรือกึ่งสำเร็จรูปไว้ในห้องทำงาน หรือไม่วางขนมไว้บนโต๊ะหน้าโทรทัศน์ เพื่อป้องกันการเผลอใจ
ห้ามงดอาหารมื้อใดมื้อหนึ่ง เพราะจะทำให้ความหิวทวีคูณขึ้น และจะทำให้กินเพิ่มเป็นสองเท่า
ถ้าหิวให้ดื่มน้ำสมุนไพรที่ไม่หวานช่วย
ไม่ควรกินอาหารก่อนนอน เพราะเมื่อไม่ได้ใช้พลังงานจะทำให้สะสมเป็นส่วนเกิน
งดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ถ้างดไม่ได้ให้ลดลงมาครึ่งหนึ่งก่อน ถ้าสำเร็จแล้วค่อยลดลงอีกครึ่งหนึ่ง ทีนี้จะลดหรือเลิกดื่มต้องอยู่ที่ใจ
ถ้าต้องการลดน้ำหนักเพื่อลดหุ่น ให้ซื้อชุดสวยที่อยากใส่มาแขวนไว้เป็นแรงบันดาลใจ อาจได้ผลบ้าง

เทคนิค เหล่านี้เป็นเรื่องไม่ยากที่คุณอาจจะมองข้ามไปในชีวิตประจำวัน เพียงเพิ่มความระวังและคิดก่อนเลือกกินอาหารสักหน่อยก็จะช่วยให้คุณ คุมน้ำหนักได้ดีขึ้น ที่สำคัญคุณไม่ต้องอดอาหารทรมานตัวเอง แต่ยังได้อิ่มสบายท้องตลอดวันอีกด้วยค่ะ
ที่มาข้อมูล : นิตยสาร Health Today

เส้นเลือดขอดป้องกันได้ด้วยการกิน

วิธีป้องกันเส้นเลือดขอด

วันนี้เรามีวิธีลดเส้นเลือดขอดด้วยการรับประทานอาหารมาบอก
วิธีป้องกันเส้นเลือดขอด
เส้นเลือดขอดถือเป็นอีกหนึ่งปัญหาที่สาว ๆ มักจะหนักใจ ...

ลดการปวดเกร็งซึ่งส่งผลให้เกิดเส้นเลือดขอด โดยการรับประทานใยอาหาร เช่น ยอดแค มะเขือพวง ถั่วเมล็ดแห้ง ทับทิม

เพิ่มความแข็งแรงของหลอดเลือดด้วยวิตามินซีที่หาได้จาก บรอกโคลี พริก ผลไม้ตระกูลส้ม

ผัก ผลไม้ที่มีสารฟลาโวนอยด์ เช่น เบอร์รี่ องุ่น ธัญพืช ทำงานร่วมกับวิตามินซีเสริมความแข็งแรงและลดรอยรั่วของหลอดเลือด

วิธีง่ายๆที่จะช่วยให้เรียวขาหมดปัญหาเส้นเลือดขอด.

ที่มาข้อมูล : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์
ข้อมูลโดย : นิตยสาร หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

ปวดหัว กับ วิธีแก้

วิธีบรรเทาอาการปวดหัว

วันนี้เรานำเคล็ดลับวิธีบรรเทาอาการปวดหัวสำหรับคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์มาฝาก
วิธีบรรเทาอาการปวดหัว


เริ่ม จากการพยายามคิดถึงสิ่งต่างๆ ในแง่ดี ยกตัวอย่างเช่น สามีกลับบ้านดึก ก็เพราะเขาทำงานหาเงินเพิ่มเติมเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับลูกน้อยที่กำลังจะ เกิด แทนที่จะเกิดอารมณ์หงุดหงิด ก็อาจจะเปลี่ยนไปเป็นเข้าใจ
  • นอน หลับพักผ่อนให้เพียงพอ วันละ 7 - 9 ชั่วโมง เป็นอย่างน้อย เพราะนอกจากจะช่วยบรรเทาอาการปวดหัวแล้ว ยังช่วยลดความเสี่ยงที่จะเป็นโรคอ้วน และโรคเบาหวานด้วย
  • รับประทานอาหารและของว่างที่มีประโยชน์ หากคุณแม่มีภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำอาจเป็นตัวการทำให้เกิดอาการปวดศีรษะได้
  • อ่านหนังสือธรรมะ เพราะหลักธรรมคำสอนทางพุทธศาสนาสามารถช่วยให้คลายความเครียดในใจลงได้
เพียงเท่านี้อาการปวดหัวก็จะบรรเทาลง
ที่มาข้อมูล : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์
ข้อมูลโดย : นิตยสาร หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

ปวดหัว กับ วิธีแก้

วิธีบรรเทาอาการปวดหัว

วันนี้เรานำเคล็ดลับวิธีบรรเทาอาการปวดหัวสำหรับคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์มาฝาก
วิธีบรรเทาอาการปวดหัว


เริ่ม จากการพยายามคิดถึงสิ่งต่างๆ ในแง่ดี ยกตัวอย่างเช่น สามีกลับบ้านดึก ก็เพราะเขาทำงานหาเงินเพิ่มเติมเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับลูกน้อยที่กำลังจะ เกิด แทนที่จะเกิดอารมณ์หงุดหงิด ก็อาจจะเปลี่ยนไปเป็นเข้าใจ
  • นอน หลับพักผ่อนให้เพียงพอ วันละ 7 - 9 ชั่วโมง เป็นอย่างน้อย เพราะนอกจากจะช่วยบรรเทาอาการปวดหัวแล้ว ยังช่วยลดความเสี่ยงที่จะเป็นโรคอ้วน และโรคเบาหวานด้วย
  • รับประทานอาหารและของว่างที่มีประโยชน์ หากคุณแม่มีภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำอาจเป็นตัวการทำให้เกิดอาการปวดศีรษะได้
  • อ่านหนังสือธรรมะ เพราะหลักธรรมคำสอนทางพุทธศาสนาสามารถช่วยให้คลายความเครียดในใจลงได้
เพียงเท่านี้อาการปวดหัวก็จะบรรเทาลง
ที่มาข้อมูล : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์
ข้อมูลโดย : นิตยสาร หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

การกินยาคุมกำเนิด

กินยาคุมกำเนิดให้ถูกวิธี

การมีเพศสัมพันธ์ระหว่างการใช้ยา ทั้งในผู้ที่ใช้ยาเป็นครั้งแรก ผู้ที่ต้องการเริ่มใหม่หลังจากหยุดใช้ยาไปช่วงหนึ่ง ถ้าจะมีเพศสัมพันธ์ใน 2 สัปดาห์แรกต้องใช้วิธีคุมกำเนิดอื่นๆ ร่วมด้วย
เรื่อง ภญ.อัมพร จันทรอาภรณ์กุล
การใช้ยาเม็ดคุมกำเนิดเป็น วิธีที่ได้รับความนิยมสูงเนื่องจากการกินยาเป็นวิธีที่ง่ายไม่เจ็บตัว ราคาถูก ผลป้องกันการตั้งครรภ์ได้สูง ใช้กันอย่างคุ้นเคยมานานแล้ว สะดวก หาซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไป
ต้องเข้าใจเมื่อเริ่มใช้ยาเม็ดคุมกำเนิด
เมื่อรับประทานยาเม็ดคุมกำเนิดแผงแรก ควรทำอย่างไร
เช่น ให้ฝ่ายชายใช้ถุงยางอนามัย เพราะยาจะยังไม่มีผลในการป้องกันการตั้งครรภ์ได้ทันที หลังจากนั้นสามารถมีเพศสัมพันธ์ได้ตามปกติ ยกเว้นถ้าลืมกินยาในบางกรณีอาจต้องใช้การคุมกำเนิดวิธีอื่นๆ ร่วมด้วยอีกเช่นกัน
นอกจากนี้ยาเม็ดคุมกำเนิดชนิดแผง 21 เม็ดที่มีช่วงเวลาหยุดยา 7 วันในช่วงเวลาที่หยุดยาก็สามารถมีเพศสัมพันธ์ได้ตามปกติ
กินยาคุมกำเนิดให้ถูกวิธี
ทำอย่างไรหากต้องกินยาอื่นร่วมกับยาเม็ดคุมกำเนิด
ถ้า มีการเจ็บป่วยอื่นๆ ขณะใช้ยาเม็ดคุมกำเนิด เมื่อไปพบแพทย์ หรือซื้อยากินเองควรแจ้งให้แพทย์หรือเภสัชกรทราบว่ากำลังใช้ยาเม็ดคุมกำเนิด อยู่ เนื่องจากมียาหลายชนิด เช่น ยารักษาวัณโรค ลมชัก และยาปฎิชีวนะบางตัวที่ทำให้ประสิทธิภาพของยาเม็ดคุมกำเนิดลดลงเมื่อนำมาใช้ ร่วมกัน และอาจส่งผลให้มีเลือดออกผิดปกติ หรือตั้งครรภ์ได้ ซึ่งหากต้องใช้ยาเหล่านั้นเป็นเวลานานอาจต้องเลือกยาเม็ดคุมกำเนิดที่มี ปริมาณตัวยาสูงขึ้น หรือเปลี่ยนไปใช้วิธีคุมกำเนิดแบบอื่นแทน
อาการข้างเคียงจากยาเม็ดคุมกำเนิด
ยา เม็ดคุมกำเนิดอาจทำให้เกิดอาการคลื่นไส้อาเจียน อาการเจ็บคัดเต้านม เลือดออกกะปริดกะปรอย น้ำหนักตัวเพิ่ม มีสิว มีฝ้า ปวดศีรษะ อาการเหล่านี้ส่วนใหญ่มักหายไปได้เองหลังจากใช้ยาเป็นระยะเวลาประมาณ 2 ถึง 3 เดือน
ทำไมกินยาเม็ดคุมกำเนิดแล้วตั้งครรภ์
1.รับประทานยาอื่นร่วมกับยาเม็ดคุมกำเนิด (ซึ่งกล่าวไปแล้วข้างต้น)
2.ลืมกินยา
ทำอย่างไรถ้าลืมกินยาเม็ดคุมกำเนิด
ยา เม็ดคุมกำเนิดเป็นยาที่ต้องใช้อย่างต่อเนื่อง การลืมกินยาเป็นเรื่องที่พบได้บ่อยๆ แม้ว่าไม่เป็นอันตรายแต่ก็มีผลเสีย เช่น ทำให้ผู้ใช้มีเลือดออกกะปริดกะปรอย และถ้าลืมกินบ่อยๆ อาจเกิดการตั้งครรภ์ได้ จึงควรกินยาในเวลาเดียวกันทุกวัน เก็บยาในที่เห็นได้ง่ายๆ เพื่อช่วยเตือนไม่ให้ลืมกินยา กรณีที่ลืมกินยาแล้วให้แก้ไข ดังนี้
  • ลืม 1 เม็ด ให้กินทันทีที่นึกได้ และกินเม็ดต่อไปในเวลาเดิม

  • ลืม ตั้งแต่ 2 เม็ด ขึ้นไป ติดต่อกันในช่วง 2 สัปดาห์แรก (14 เม็ดแรกของแผง ซึ่งเป็นยาฮอร์โมน) ให้กิน 1 เม็ดทันทีที่นึกได้ และกินเม็ดต่อไปในเวลาเดิมตามปกติจนหมดแผง

  • ลืมตั้งแต่ 2 เม็ด ขึ้นไป ติดต่อกันในช่วงสัปดาห์ที่ 3 (เม็ดที่ 16-21 ของแผง ซึ่งเป็นยาฮอร์โมน) ให้กิน 1 เม็ดทันทีที่นึกได้ และกินเม็ดต่อไปในเวลาเดิมตามปกติจนหมดแผงครบ 21 เม็ด และเริ่มกินยาฮอร์โมนเม็ดแรก ของแผงใหม่ติดต่อกันไปโดยไม่ต้องเว้นระยะ 7 วัน


    กรณีที่เป็นยาชนิดแผงละ 28 เม็ด ให้ทิ้งยาหลอก 7 เม็ดไป
กรณีที่ลืมมากกว่า 2 เม็ดในช่วงใดก็ตาม ให้ใช้การคุมกำเนิดวิธีอื่น เช่น การใช้ถุงยางอนามัยร่วมด้วย เป็นต้น
กินยาคุมกำเนิดให้ถูกวิธี
ทำอย่างไรหากประจำเดือนไม่มา
ถ้า ไม่ลืมกินยาไม่ต้องวิตกกังวล และให้เริ่มต้นยาแผงใหม่ตามเวลาปกติ แต่ถ้าขาดประจำเดือนนานติดต่อกัน 2 เดือน ต้องไปพบแพทย์ เพื่อตรวจการตั้งครรภ์ ถ้าลืมกินยาก็ต้องตรวจการตั้งครรภ์เช่นกัน
กินยาคุมกำเนิดให้ถูกวิธี
ที่มาข้อมูล : นิตยสาร Health Today

เหตุผลที่ผู้ชายกลัวการผูกมัดมากกว่าผู้หญิง

เหตุผลที่ผู้ชายกลัวการผูกมัดมากกว่าผู้หญิง

เดี๋ยวนี้ผู้หญิงรู้จักเกมความรักเป็นอย่างดี แต่ผู้ชายก็ยังอดกลัวไม่ได้ และสิ่งที่ผู้ชายกลัวก็คือ
เหตุผลที่ผู้ชายกลัวการผูกมัดมากกว่าผู้หญิง
ตะละแม่วีนัส
ผู้หญิงสมัยนี้รู้ดีว่าความ สัมพันธ์ที่จริงจังนั้นไม่ได้หมายความว่าจะเป็นอย่างในลิสต์ข้างล่างที่ ผู้ชายกลัวกันนักหนา หนำซ้ำยังไม่เห็นว่ามันจะสำคัญอะไรมากมาย
เขากลัวว่าจะต้องละเลิกสิ่งที่เคยทำ
เขา สังเกตว่าเราเลิกไปฟิตเนสทุกเย็นวันพุธเพื่อจะได้มาเจอกับเขา เขาเลยคิดว่า นี่เขาต้องเลิกไปเล่นสควอชทุกเย็นวันพฤหัสด้วยหรือเปล่านี่ ในความสัมพันธ์นั้นมีเรื่องของการเสียสละเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ซึ่งผู้ชายเกลียดคำนี้ การที่ผู้หญิงอยากอยู่บ้านดูดีวีดี แล้วทำไมเขาต้องเลิกไปเที่ยวราตรีกับก๊วนเพื่อนซี้ด้วยเล่า การผูกมัดกับใครสักคนเปรียบเสมือนการบอกว่า นี่ไงส่วนสำคัญที่สุดในชีวิตของฉัน—มันเป็นของเธอด้วยนะ ผู้ชายก้าวมาไกลอีกขั้นและจินตนาการถึงชีวิตที่มีแต่เราและเขาเท่านั้น
เขากังวลเรื่องเซ็กส์
เรื่อง นี้ละผู้ชายกลัวนัก เช่น กลัวว่าแฟนสาวซึ่งเคยแสดงลีลาใช้ปากอย่างถึงพริกถึงขิง พอแต่งงานกันปั๊บก็งดกิจกรรมสุดมันส์อันนี้ทันที ผู้ชายกลัวว่าผู้หญิงจะหยุดทำเรื่องพรรณนี้เพราะไม่เชื่อว่าผู้หญิงก็สนุก กับเซ็กส์มากพอๆกับผู้ชาย (เอาอะไรมาคิดเนี่ย)
เขากลัวตัวเองเป็นสองรองใคร
ผู้ชาย คิดว่า ถ้าต่อไปเธอไปเจอผู้ชายที่หาเงินได้มากกว่า น่ารักกว่า สวมเสื้อผ้าดูดีกว่า ขับรถหรูกว่า แล้วเราจะทำอย่างไร การกลัวว่าผู้หญิงจะไปเจอใครในอนาคตนั้นก็คือการกลัวอดีตนั่นเอง ส่วนใหญ่มักเริ่มจากการกลัวแฟนเก่าของเธอจะหวนกลับมา แฟนเก่าที่ดูดีหรือร่ำรวยหรูหราจะมาล่อหลอกเอาตัวเธอกลับไปสู่อ้อมอกเก่าๆ ถ้าผู้ชายยอมผูกมัดและต้องเสียเธอไปในภายหลัง เขารู้ว่าตัวเองจะเจ็บปวดมากมายเพียงใด
เขากลัวตัดโอกาสเจอผู้หญิงสุดเพอร์เฟ็คท์
มัน ช่วยไม่ได้จริงๆที่เขาจะคิดว่าแล้วถ้ายังมีคนที่ดีกว่านี้ละ และยิ่งถ้าเราไปกระตุ้นต่อมอัตตาของเขาด้วยการบอกว่าเขาเจ๋งแค่ไหนละก็ เขาจะยิ่งคิดว่าตัวเองมีโอกาสได้สาวระดับดารานางแบบเลยนะนั่น
เขาไม่ชอบถูกจิกกัด
สมัย รักกันใหม่ๆ เราก็แค่กระเซ้าเย้าแหย่อาการติดทีวีของเขาแบบขำๆ แต่ตอนนี้กลายเป็นคำพูดเชือดเฉือนทิ่มแทง ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ชายกลัวสุดๆ
+ เขาไม่อยากทำตัวเชื่องเหมือนลูกแมว
ประเด็น นี้ผู้หญิงไม่เข้าใจเท่าไรนัก ยกตัวอย่างเช่น ผู้ชายคนหนึ่งเปลี่ยนนิสัยจากชอบถอดเสื้อผ้าทิ้งเรี่ยราดบนพื้นห้อง ก็เอาเสื้อผ้าไปใส่ตะกร้าอย่างเรียบร้อย แถมวันต่อมายังปฏิเสธก๊วนเพื่อนซี้ ไม่ยอมออกไปนั่งดริ๊งค์ด้วยกันเหมือนเคย ทั้งที่ผู้หญิงไม่ได้หวงห้ามอะไร แต่เป็นเพราะตัวเองอยากอยู่บ้านกับเธอมากกว่า พฤติกรรมเปลี่ยนไปโดยไม่รู้ตัว มารู้ตัวอีกทีก็กลายเป็นผู้ชายว่านอนสอนง่ายไปเสียแล้ว นี่ละคือสิ่งที่ผู้ชายกลัวมาก
+ เขาไม่จำเป็นต้องลงหลักปักฐานเร็วเหมือนผู้หญิง
ผู้ชายสามารถตัดสินใจว่าจะมีลูกตอนอายุ 50 ได้ หรือไม่ก็แต่งงานกับสาวเอ๊าะๆคราวลูก จะได้เล่นบทป๊ะป๋าไปในตัว
+ เขากลัวว่าตัวเองไม่ได้มาตรฐานที่ผู้หญิงยุคนี้ต้องการ
ประเด็น นี้ยิ่งใหญ่นัก เป็นเรื่องจริงที่ผู้หญิงต้องการอะไรที่แตกต่างออกไป แทนที่จะมองหาคนมาไว้พึ่งพาและดูแลเรา เดี๋ยวนี้เราต้องการความเป็นเพื่อน เซ็กส์เจ๋งๆ การเกื้อหนุนทางจิตใจ และคนที่อยู่เคียงข้างเราไม่ใช่มาอยู่เหนือหัวเรา ผู้ชายรู้สึกสบายใจกับบทบาทการเป็นผู้หาเลี้ยงครอบครัว (อย่างที่พ่อเคยสอนไว้นมนานมาแล้ว) แล้วเรื่องอื่นละ...ท่าจะยากนะ เพราะผู้ชายไม่ได้ถูกฝึกมาให้รู้จักเรื่องทำนองนี้ เช่น การเกื้อหนุนทางจิตใจ นี่คือเหตุผลที่ผู้หญิงต้องสอนผู้ชายไงละ